Header

mark

PRINC ปรับทัพ “นพ.วิชญเวทย์–ฆนัท” นั่ง Co-CEO เสริมแกร่งทีมแพทย์-ธุรกิจยกระดับบริการสุขภาพเต็มรูปแบบ

09 ตุลาคม 2568

กรุงเทพฯ, 8 ตุลาคม 2568 – บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ประกาศปรับโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญ แต่งตั้ง นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน และ นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์และเสริมความแข็งแกร่งในด้านกลยุทธ์ธุรกิจ นำองค์กรก้าวสู่ยุคใหม่ของการเติบโตอย่างยั่งยืน


การปรับโครงสร้างในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ในภาคบริการสุขภาพ PRINC จึงปรับโครงสร้างผู้นำให้มีความ “ยืดหยุ่นและตอบสนองได้รวดเร็ว”  ผ่านโมเดล Co-CEO ที่ผสานมุมมองการแพทย์และธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรเชิงรุก ทันต่อโอกาสและความท้าทายใหม่ในตลาดสุขภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  โดยการแต่งตั้ง Co-CEO ในครั้งนี้ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้วยผู้นำรุ่นใหม่ที่ผ่านสนามจริง โดยทั้งสองผู้นำถือเป็น ‘ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีผลงานและประสบการณ์เชิงประจักษ์’ ในการขับเคลื่อนธุรกิจสุขภาพของ PRINC Group มาอย่างต่อเนื่อง

  • นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนยาวนานกว่า 20 ปี โดยมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโรงพยาบาลใน PRINC Group เคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกลุ่มฯ และปัจจุบันเป็นกรรมการบริษัท และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ของบริษัทในเครือ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการรักษาและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์
  • นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ เป็นผู้บริหารที่เติบโตจากสายพัฒนาและขยายธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน กลยุทธ์การเติบโตของ PRINC Group จนสามารถขยายเครือข่ายโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพได้อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาและขยายธุรกิจ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ มีความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการลงทุน รวมถึงการบริหารธุรกิจและการจัดการเชิงโครงสร้าง

การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางการบริหารแบบ “Complementary Leadership” ที่มุ่งสร้างพลังเสริมระหว่าง “ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์” และ “ความแข็งแกร่งทางธุรกิจ” โดยทั้งสองผู้นำจะขับเคลื่อนองค์กรในกรอบวิสัยทัศน์เดียวกัน ภายใต้เป้าหมายและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการตัดสินใจ พร้อมผลักดันการเติบโตขององค์กรให้รวดเร็วและยั่งยืนยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท PRINC มีความเชื่อมั่นว่าการผสานพลังของผู้นำทั้งสองจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตบนพื้นฐานของคุณภาพและธรรมาภิบาล พร้อมขยายศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มในระดับประเทศและภูมิภาค


นพ.วิชญเวทย์ กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการยกระดับศักยภาพด้านการรักษาของโรงพยาบาลใน PRINC Group โดยการขยายศูนย์เฉพาะทางทางการแพทย์ บริการสุขภาพเชิงป้องกัน และการนำเทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างแม่นยำ โดยการใช้ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย เน้นความปลอดภัยและคุณภาพในการรักษาพยาบาลที่เป็นมาตรฐานสากล”


ด้าน นายฆนัท กล่าวเสริมอีกว่า “PRINC Group กำลังก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของการเติบโต ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เรามุ่งมั่นพัฒนาและตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้จากโรงพยาบาลเดิมในกลุ่มและการลงทุนใหม่ ยังคงแผนขยายเครือข่ายโรงพยาบาลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดิมคือ        20 โรงพยาบาล ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ อีกทั้งยังมุ่งให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืน พร้อมคงคุณภาพการให้บริการและคุณค่าต่อผู้ป่วยในระยะยาว”
“การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านบริการสุขภาพครบวงจร ด้วยการผสานประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในมิติธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม”
 

ปัจจุบัน PRINC Group มีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 17 แห่ง ใน 14 จังหวัด โดยเปิดให้บริการแล้ว 16 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 แห่งที่จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ รวมถึงบริการดูแลสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพด้านนวัตกรรมในเครือ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.princgroup.com
 

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

24 มิถุนายน 2569

PRINC Group กางยุทธศาสตร์ ‘Hub & Spoke’ ดันเป้ารายได้โตตามเป้า ชูแคมเปญใหญ่ "มาตรฐานที่ดี...ที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ" เร่งเครื่องปรับโฉม ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ Flagship Hospital ก้าวสู่ปีที่ 7 ชูมาตรฐานสากล JCI และรางวัลคุณภาพ พร้อมรักษาโรคยากซับซ้อน

24 มิถุนายน 2569, สมุทรปราการ – บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC Group) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจเฮลท์แคร์ชั้นนำ เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจองค์กรผู้ให้ ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “โมเดล Hub & Spoke” เชื่อมโยงโครงข่ายโรงพยาบาลในเครือ 19 แห่ง ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสู่ภูมิภาค ควบคู่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ชูบิ๊กแคมเปญ “เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ มาตรฐานที่ดี ที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ” ส่งโปรใหญ่ PRINC Group Fair #2 มหกรรมหั่นราคาครั้งใหญ่กลางปี ยืนหยัด เคียงข้างประชาชนลดภาระค่าครองชีพและเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพให้กับชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมดันภาพลักษณ์ใหม่ “โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ” เป็น “Flagship Hospital โรงพยาบาลเรือธงต้นแบบระดับสากล" ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 ประกาศศักยภาพและความพร้อมสูงสุดในการรองรับคนไข้โรคยากและซับซ้อน ด้วยมาตรฐานระดับโลก JCI และรางวัลการันตีความสำเร็จจากเวทีระดับเอเชีย Healthcare Asia Awards 2026

23 มิถุนายน 2569

เปิดไทม์ไลน์การลงทุน PRINC Group ปี 2569 อัดงบลงทุนกว่า 1,400 ล้าน สร้างตึกใหม่-เปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ยกระดับเครือข่ายสู่ศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อนระดับภูมิภาค

บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group เผยไทม์ไลน์แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ครั้งสำคัญประจำปี 2569 ขับเคลื่อนงบประมาณกว่าพันล้านมุ่งสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางชั้นสูง หวังยกระดับเครือข่ายโรงพยาบาลในเครือสู่การเป็น “ศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อน (Tertiary Care Hub)” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ที่เติบโตอย่างยั่งยืน 

19 มิถุนายน 2569

ความก้าวหน้าอีกขั้นทางการแพทย์ รพ.พริ้นซ์ อุบลฯ ใช้นวัตกรรม "เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่า"

เพราะอาการปวดข้อเข่าเรื้อรัง... อาจทำให้คุณภาพชีวิตและอิสรภาพในการก้าวเดินลดลง

17 มิถุนายน 2569

เวียนศีรษะเฉียบพลัน... ไม่ใช่แค่ "บ้านหมุน" แต่อาจเป็นสัญญาณเตือน "เส้นเลือดสมองโป่งพองแตก" เร่งด่วนถึงชีวิต!

คุณเคยมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรืออาเจียนพุ่งเฉียบพลันไหม? คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงแค่โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือพักผ่อนน้อย จึงเลือกที่จะนอนพักหรือทานยาแก้เวียนศีรษะแล้วรอให้หายเอง แต่รู้หรือไม่... ในบางครั้ง อาการเตือนที่ดูเหมือน "เรื่องธรรมดา" เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณวิกฤตของ "โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก" ภัยเงียบที่รุนแรงถึงชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที!