Header

mark

PRINC ผุด HOSPITEL เตรียมรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ เร่งให้บริการฉีดวัคซีนโค้งสุดท้าย คงเป้ารายได้ปีนี้โต 20-25%

12 กันยายน 2566

บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล ผุด Hospitel เพิ่ม รับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ และเปิดวอร์ดผู้ป่วยฉุกเฉินความดันลบ ระดมบุคลากรทางการแพทย์ดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดง ชี้โรงพยาบาลในเครือหลายแห่งเปิดรองรับกลุ่มคนไข้เงินสด ส่วนสิทธิ์บัตรทอง ยังใช้ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ได้ 18 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พร้อมร่วมมือ สปสช. ดูแลในรูปแบบ “เจอแจกจบ” ด้านผู้บริหารเผยวัคซีนโมเดอร์นาที่มีสัดส่วนราว 6-7%ของรายได้รวมโรงพยาบาลยอดจองเข้าฉีดยังล้น ย้ำหลังไตรมาสแรกพลิกมีกำไร ส่งผลคาดว่าทั้งปีรายได้ยังโต 20-25% ตามแผน

 

สมุทรปราการ (7 ก.ค. 65) – นายธานี มณีนุตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนาม ‘เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์’ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่มีการประเมินในเครือโรงพยาบาลว่าจะมีระยะเวลาของการระบาดประมาณ 2 เดือน ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยโควิดและผู้ป่วยทั่วไปเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ที่รองรับกลุ่มผู้ป่วยเด็กในพื้นที่นครสวรรค์และใกล้เคียง และปัจจุบันผู้ป่วยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มีผู้ป่วยเข้ารักษาอย่างเนื่องเต็มทั้งหมด 200 เตียง ทำให้ล่าสุดมีการเปิด Hospitel เพิ่มมาอีก 1 แห่ง และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 3-4 แห่ง หากยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเร็วๆนี้ เพื่อรองรับความต้องการผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันใน Hospitel และโรงพยาบาลหลายแห่งในเครือ รองรับกรณีรักษาโควิด-19 ในกลุ่มคนไข้เงินสด (Selfpay) แทบทั้งหมด ยกเว้น รพ.ศิริเวช ลำพูน ที่รองรับผู้ป่วยสิทธิ์ประกันสังคม เนื่องจากมีการปรับเกณฑ์ในการรักษาให้เป็นการรักษาตามสิทธิ์ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

ขณะที่โรงพยาบาลในเครือทุกแห่งเร่งเตรียมพร้อมระดมบุคลากรทางการแพทย์ร่วมดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดง เพื่อร่วมดูแลกับภาครัฐ โดย รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดวอร์ดผู้ป่วยฉุกเฉินความดันลบ จำนวนถึง 61 เตียง ซึ่งเพียงพอในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรปราการและกรุงเทพฝั่งตะวันออก เช่นเดียวกับผู้ป่วยในกลุ่มผู้รับบริการบัตรทอง “คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ” ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ 18 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และยังร่วมมือกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในรูปแบบ “เจอแจกจบ” ที่ยังคงได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อติดตามอาการผู้ป่วย โควิด-19 พร้อมทั้งระบบการส่งต่อในกรณีกลุ่มสีแดงและสีเหลืองเพื่อให้เค้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีตามมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ที่ได้คุณภาพ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลได้มีการแยกโซนการให้บริการผู้ป่วยโรคอื่นๆ จากผู้ป่วยโควิด-19 หรือผู้ที่มีความเสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจอย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ โรงพยาบาลในเครือฯ ยังคงเปิดให้บริการรับวัคซีนโมเดอร์นาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาผู้จองเข้ารับการฉีดกันล้นหลามทั่วประเทศ และทยอยเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นกันต่อเนื่องในโรงพยาบาลในเครือฯ ทั้ง 12 แห่งใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการให้บริการรับวัคซีนโมเดอร์นามีสัดส่วนระมาณ 6-7% ของรายได้รวมโรงพยาบาล

นายธานี กล่าวว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ารายได้ส่วนหนึ่งจากการร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับภาครัฐ ส่งผลต่อไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ของพริ้นซิเพิล แคปิตอล ที่ผ่านมา พลิกมีกำไรสุทธิ 456.6 ล้านบาท เติบโต 363.6% และรายได้รวมกว่า 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 188.4% ซึ่งแม้ขณะนี้จะมีการปรับเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เป็นการรักษาตามสิทธิ์ ทางโรงพยาบาลในเครือฯ ปรับการให้บริการตอบโจทย์กับผู้รับบริการให้เข้าถึงการรับบริการ โดยปรับราคาลงด้วยแพ็คเกจ 5 วัน, 7 วัน เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงการรักษาในสถานพยาบาลเอกชนได้ง่ายและมีพื้นที่ในการแยกกักตัวพร้อมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโตประมาณ 20-25%

 

โดย PRINC พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นโรงพยาบาลยั่งยืน (Sustainable hospital) ในปี 2566 ด้วยนโยบาย Zero Waste to Landfill ด้วยการกำจัดกากหรือของเสียโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่เริ่มตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา พร้อมมุ่งสู่แผนการดำเนินงานที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ตามปณิธานของเครือโรงพยาบาลพริ้นเพิล เฮลท์แคร์ ที่มุ่งสร้างคนให้มีจิตใจของความเป็นผู้ให้ พร้อมทั้งดูแลคน ชุมชนและสังคมอย่างยังยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

24 มิถุนายน 2569

PRINC Group กางยุทธศาสตร์ ‘Hub & Spoke’ ดันเป้ารายได้โตตามเป้า ชูแคมเปญใหญ่ "มาตรฐานที่ดี...ที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ" เร่งเครื่องปรับโฉม ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ Flagship Hospital ก้าวสู่ปีที่ 7 ชูมาตรฐานสากล JCI และรางวัลคุณภาพ พร้อมรักษาโรคยากซับซ้อน

24 มิถุนายน 2569, สมุทรปราการ – บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC Group) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจเฮลท์แคร์ชั้นนำ เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจองค์กรผู้ให้ ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “โมเดล Hub & Spoke” เชื่อมโยงโครงข่ายโรงพยาบาลในเครือ 19 แห่ง ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสู่ภูมิภาค ควบคู่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ชูบิ๊กแคมเปญ “เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ มาตรฐานที่ดี ที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ” ส่งโปรใหญ่ PRINC Group Fair #2 มหกรรมหั่นราคาครั้งใหญ่กลางปี ยืนหยัด เคียงข้างประชาชนลดภาระค่าครองชีพและเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพให้กับชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมดันภาพลักษณ์ใหม่ “โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ” เป็น “Flagship Hospital โรงพยาบาลเรือธงต้นแบบระดับสากล" ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 ประกาศศักยภาพและความพร้อมสูงสุดในการรองรับคนไข้โรคยากและซับซ้อน ด้วยมาตรฐานระดับโลก JCI และรางวัลการันตีความสำเร็จจากเวทีระดับเอเชีย Healthcare Asia Awards 2026

23 มิถุนายน 2569

เปิดไทม์ไลน์การลงทุน PRINC Group ปี 2569 อัดงบลงทุนกว่า 1,400 ล้าน สร้างตึกใหม่-เปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ยกระดับเครือข่ายสู่ศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อนระดับภูมิภาค

บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group เผยไทม์ไลน์แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ครั้งสำคัญประจำปี 2569 ขับเคลื่อนงบประมาณกว่าพันล้านมุ่งสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางชั้นสูง หวังยกระดับเครือข่ายโรงพยาบาลในเครือสู่การเป็น “ศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อน (Tertiary Care Hub)” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ที่เติบโตอย่างยั่งยืน 

19 มิถุนายน 2569

ความก้าวหน้าอีกขั้นทางการแพทย์ รพ.พริ้นซ์ อุบลฯ ใช้นวัตกรรม "เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่า"

เพราะอาการปวดข้อเข่าเรื้อรัง... อาจทำให้คุณภาพชีวิตและอิสรภาพในการก้าวเดินลดลง

17 มิถุนายน 2569

เวียนศีรษะเฉียบพลัน... ไม่ใช่แค่ "บ้านหมุน" แต่อาจเป็นสัญญาณเตือน "เส้นเลือดสมองโป่งพองแตก" เร่งด่วนถึงชีวิต!

คุณเคยมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรืออาเจียนพุ่งเฉียบพลันไหม? คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงแค่โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือพักผ่อนน้อย จึงเลือกที่จะนอนพักหรือทานยาแก้เวียนศีรษะแล้วรอให้หายเอง แต่รู้หรือไม่... ในบางครั้ง อาการเตือนที่ดูเหมือน "เรื่องธรรมดา" เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณวิกฤตของ "โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก" ภัยเงียบที่รุนแรงถึงชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที!